สัมภาษณ์ พิเศษ
ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์
อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-วันนี้ นศ.มธ เปลี๊ยนไป๋
-75 ปี จิตวิญญาณไม่เปลี่ยนแปลง
-สร้างชาติ สร้างธรรม
- เปิดโอกาสทางการศึกษา
- คุณภาพการศึกษา
-มหาวิทยาลัยสีเขียวแห่งแรกของประเทศไทย
//////////////////////////////////รายละเอียดคำสัมภาษณ์
เดี๋ยวนี้สังคมเปลี่ยนไป จะไม่ได้เห็นภาพผู้นำนักศึกษาเหมือนอย่างในอดีตอีกต่อไปอย่างยุค 14 ตุลา 16 สมัยอาจารย์ธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ ดร.เสกสรร ประเสริฐกุล อภิปรายนำการต่อสู้ทางการเมือง นักศึกษาไม่ได้มีบทบาทเป็นผู้นำสังคมอีกต่อไป ไม่มีบทบาทในการคอยบอกคนอื่น เมื่อคนอื่นไม่รู้แล้วนักศึกษาต้องไปทำเรื่องการเมือง ช่วยชี้นำ ประท้วง เดินขบวน ฯลฯ
บทบาทของนักศึกษาธรรมศาสตร์ ในปัจุบัน คือ นักศึกษากระตือรือร้น แล้วก็สนใจสิ่งต่าง ๆ นอกเหนือจากเรื่องของตนเองอยู่มาก ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ผมพอใจ เพราะ ผมไม่ได้คาดหวังว่า จะได้เห็นนักศึกษาออกมาประท้วงไล่รัฐบาล หรือ อะไรอยางนั้น แต่ผมอยากเห็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ สนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม สนใจในเรื่องความเป็นอยู่ของคนในสังคม สนใจความยากจนของคน
เราทำโครงการธรรมศาสตร์ทำนาก็เพื่อให้นักศึกษาได้รู้ว่า การทำนานี่มันยากลำบากยังไง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ทำมา 3-4 ปีแล้ว การทำตรงนี้ทำให้มีมุมมองใหม่ ๆ เกิดขึ้น เพราะ นักศึกษาจะได้รู้ว่า ก่อนกินข้าวนั้น นึกได้ว่า ข้าวมาได้อย่างไร ข้าวได้มากด้วยความยากลำบากอย่างไร ที่ไปทำอยู่ชั่วโมงหนึ่งนั้น ยากลำบากอย่างไร ขณะที่ชาวนาทำมาตลอดชีวิต จะได้รู้ว่า คนจนเป็นอย่างไร จะได้เปลี่ยนทัศนคติของคนได้แทนการเรียนในตำรา
ก้าวต่อไปของธรรมศาสตร์ จะเปลี่ยนแปลงไปจากการศึกษาทางด้านสังคมศาสตร์ มาเพิ่มการเรียนรู้ในหลักสูตรที่เป็นวิทยาศาสตร์..มากขึ้น ทั้งด้านการแพทย์ วิศวกรรมและอื่น ๆ มากขึ้น...- ขณะนี้มีนักศึกษาอยู่ 32,000 คน มีบุคลากร 5,600 เป็นอาจารย์ 1,600 คน
สิ่งที่บ่งบอกความเป็นธรรมศาสตร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็คือ แนวคิดในเรื่องการพัฒนานักศึกษาเรื่องการทำกิจกรรมของนักศึกษา
ผมเข้าใจว่า คนชั้นกลางในสมัยนี้ก็เมื่อก่อนเป็นนักศึกษากันทั้งนั้น จบปริญญาตรีกันค่อนประเทศแล้ว เป็นคนที่มีความรู้ คนที่ไม่ต้องการให้นักศึกษามาเป็นผู้นำอีกแล้ว บทบาทของสังคม และบทบาทของนักศึกษาเปลี่ยนไปแล้ว เพราะบางครั้งนักศึกษายังรู้เรื่องการเมืองน้อยกว่าบุคคลเหล่านี้ด้วยซ้ำ ผมจึงไม่ค่อยแปลกใจที่มีรุ่นพี่มาถามว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่เห็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ออกมาเป็นผู้นำในเรื่องการเมือง เพราะทุกวันน้ำ ทำ แต่ไม่ได้เป็นผู้นำ นักศึกษาธรรมศาสตร์อยู่ในทุกเวทีการเมือง แต่บทบาทจะไม่เด่นเหมือนสมัยก่อน เพราะ นักศึกษารู้ไม่มากเท่าเขา แล้วสังคมปัจจุบันอินเตอร์เนทช่วยให้คนเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้มาก จึงไม่จำเป็นต้องมาอาศัยนักศึกษาเป็นผู้นำในการให้ความรู้อีกแล้ว
มหาวิทยาลัยได้เปิดศูนย์อาสาสมัคร ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดรับศูนย์อาสาสมัครที่จะเป็นศูนย์รวบรวมเกี่ยวกับการอาสาสมัครทุกเรื่อง และคัดเลือกอาสาสมัคร เพราะ ธรรมศาสตร์มีประสบการณ์จาก “สึนามิ” เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยขึ้นที่นี่ แล้วดึงคนในธรรมศาสตร์มาทำอะไรเยอะมาก เป็นศูนย์เดียวในประเทศที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เนื่องจากมี โรงพยาบาล มีหอพัก แล้วก็อยู่ใกล้ดอนเมือง จึงกลายเป็นศูนย์ส่งกลับที่ดี
ก็คิดว่า แนวทางแบบนี้น่าจะเป็นประโยชน์กับในการที่จะรวบรวมข้อมูลคนที่ต้องการจะไปช่วยคนทำอะไร ไม่ว่าจะเรื่องของน้ำท่วม หรือ ภัยพิบัติใหญ่ ๆ ไปช่วยกันทำกิจจกรรมต่าง ๆที่ สังคมต้องการและเรียกร้อง ระบบนีเพิ่งจะเกิดขึ้น มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเต็มเวลา คือ เราพยายามผลักดันให้นักศึกษาธรรมศาสตร์ ได้เรียนได้สนใจเรื่องอื่น ๆ นอกจากชีวิตเรื่องชีวิตการทำงาน และ การเรียนของตัวเอง นี่เป็นความพอใจของมหาวิทยาลัย
กิจจกรรมนักศึกษาในธรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัย ที่มีนักศึกษาสนใจเข้าร่วมกลุ่มกิจจกรรมจำนวนมากเดี๋ยวนี้ ใช่เรื่องประท้วงรัฐบาล แต่เป็นชุมนุมพัฒนา ชุมนุมศาสนา ชุมนุมค่ายพัฒนาชนชท ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะ นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นการผลักกันให้นักศึกษาหันมาสนใจเรื่องสังคมรอบข้าง
ผมอยากขยายความให้กว้างขึ้นว่า เป็นธรรมศาสตร์ กับ สังคม อาจจะเป็นเพราะ มีปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป มีปัญหาเรื่องวิกฤติพลังงาน มีปัญหาเรื่องโรคระบาดใหม่ มีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างความเลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของคน นักศึกษาหันมาสนใจเรื่องเหล่านั้มากขึ้น แล้วก็ทำกิจกรรมกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมหาวิทยาลัยก็ยังคงสนับสนุน เพียงแต่ว่าไม่เป็นข่าวเหมือนการไปประทท้วง นี่คือ สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไป เพียงแต่รูปแบบอาจจะไม่เหมือนกับสมัยก่อน
คุณภาพบัณฑิตที่จบออกไป ก็ต้องบอกว่า คุณภาพทางวิชาการ คือ เป็นเรื่องของการแข่งขัน กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ หรือ ของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ธรรมศาสตร์สนใจเรื่องนี้จริงจังมาหลายปี ตอนนี้รังสิตเป็นแคมปัสหลักของธรรมศาสตร์ วิสัยทัศน์ในสมัยที่ผมบริหารนี้ คือ เราตั้งเป้าว่า ธรรมศาสตร์จะเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีในประเทศ
ก็ขึ้นอยู่กับว่า ใครนิยามว่า ดีหมายความว่าไง ในเชิงของคุณภาพชีวิต ในเชิงของคุณภาพการศึกษา ในเชิงของบัณฑิต ในเชิงของสภาพแวดล้อม ในเชิงของการยอมรับในแวดวงของการศึกษา เราต้องการสร้างตรงนี้ให้เกิดขันให้ได้ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า เราทำได้ เพราะ 2 ปีก่อนเราประกาศว่า เป็นปีแห่งการประกันคุณภาพและมาตรฐานของการศึกษา ปี 51 เป็นปีแห่งการวิจัยของธรรมศาสตร์ ภายในมหาวิทยาลัยเรามีการทำอะไรไปเยอะมากเพื่อให้เป็นไปตามกรอบนั้น
ซึ่งวันนี้ตามกรอบของการประเมินทั้งหลาย ซึ่งเป็น กรอบที่ได้รับการยอมรับทั้งหลายที่ได้รับการยอมรับทุกท้าน ทำให้ผมเชื่อมั่นว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด 1 ใน 3 ของประเทศในขณะนี้ แต่เรายังไม่พอใจ
ดูจากลำดับเอเซีย ต้องบอกว่า เกษตร อยู่ก่อนธรรมศาสตร์ เป็นที่ 4
แต่ถ้าดูจาก สมศ. ประกาศผล มหาวิทยาลัยวิจัย 20 อันดับ ที่ 1 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ 2 มหาวิทยาลัยอุบล ที่ 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ 4 จุฬาฯ มหิดลอยู่ลำดับที่ 7 ของปี 51
ของ กภร. คือ การปฏิบัติราชการ ในส่วนของราชการ ปีนี้ธรรมศาสตร์ อยู่ที่ 3 ที่ 1 คือ จุฬาฯ ที่ 2 คือ ขอนแก่น
ศกอ.เพิ่งประกาศผล มหาวิทยาลัยที่มีการประกันคุณภาพภายในมหาวิทยาลัยดีเยี่ยม 8 มหาวิทยาลัย ในประเทศ ธรรมศาสตร์ เป็น 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยที่เขาประกาศ
ลีดเดอร์ไดเจท ประกาศได้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นแบรนด์ หรือ เป็นชื่อของมหาวิทยาลัยที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในประเทภ สถาบันการศึกษาของรัฐเราได้ปีนี้
ปี 2009 ธรรมศาสตร์น่าจะเป็นมหาวิทาลัยที่ดีที่สุดอยู่ในอันดับสองของประเทศ
ซึ่งสำหรับผม มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอาจจจะมีหลายมหาวิทยาลัยก็ได้ และสำหรับผมคิดวา อีกไม่เกิน 2 ปี เราจะก้าวไปสู่ตรงนั้น การได้เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศ
ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้ เพราะ ในรอบ 20 ปีมานี้ ธรรมศาสตร์ไม่ได้ทำแต่ด้านสังคมศาสต์ มนุษย์ศาสต์ เหมือนในอดีต แต่ได้หันไปทำเรื่องวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ วันนี้เรามีหน่วยงานที่จัดงานทางด้านการศึกษาทั้งหมด 23 หน่วยที่จัดการกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครอบคลุมทุกด้าน
ซึ่งทำให้เราพร้อม และบางสาขามีหลักสูตรนานาชาติเข้าไปด้วย จึงทำให้มั่นใจว่ามีความพร้อม \
คนไม่ค่อยรู้ว่า โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ มี 530 เตียง มีบุคคลากรประจำ กว่า 500 คน มีแพทย์ 70-80 มีแพทย์จากคณะอีก 200 คน มีคนมาใช้บริการกว่า 2300 คน
ที่ท่าพระจันทร์ จะคงรักษาสถานการศึกษาไว้ โดยให้เป็ฯที่เรียนสำหรับปริญญาโท ปริญญาเอก ในสาขาสังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ เป็นแหล่งให้ความรู้การฝึกอบรม สัมนา เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ เพรามีอยู่ 49 ไร่ ที่รังสิต 1700 ไร่
ธรรมศาสตร์ ยังคงรักษาจิตวิญญาณอยู่ แต่นักศึกษาสนใจเรื่องสังคม สิ่งแวดล้อม สิ่งรอบข้างมากกว่าการเมือง
เราประกาศเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวแห่งแรกของประเทศไทย
มีทางจักรยาน โดยมีหลังคาคุม 4 กม. เพื่อรณรงค์ให้นักศึกษาใช้รถจักรยาน
http://www.oknation.net/blog/loongjame/ ... 7/entry-10

