เรื่องเล่าจากในวัง- อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังไม่เบื่อ

สบาย ๆ ในแบบที่เราเป็น

Moderators: Omega, Sozialist, Dk_toM

เรื่องเล่าจากในวัง- อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังไม่เบื่อ

Postby คุณชายเท on Wed Jul 15, 2009 10:06 am

เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริงเหตุการณ์เกิดทีจังหวัดตาก
เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด
และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า 'ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ'
แม่ค้าตอบว่า 'ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท
และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80 บาทจ๊ะ'
เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน
---------------------------------------
เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า
นางสนองพระโอษฐ์ของฟ้าหญิงองค์เล็ก ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับฟ้าหญิง
ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย
ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์
นางสนองพระโอฐก็ งง...งง ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า
แต่พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ
ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์
แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ............ ขนลุกเลย ทรงตรัสกับในหลวงท่านอยู่นั่นเอง
------------------------------------
อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน
เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูล
ที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน
เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า
'ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่าบัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้า..'
มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน
ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..
พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป
ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว'
เรื่องนี้ ดร.สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง
-------------------------------------
เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า 'ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์'
--------------------------------------
เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่
ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน
ว่า 'ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ'
เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า
'เออ ดี เราชื่อเดียวกัน...'
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย
เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
-----------------------------------
มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย
ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้ ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า 'ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า'
ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ กับอธิการบดีว่า
'เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก'
------------------------------------
เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร
อยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
'ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์'
ในหลวงทรงตรัสว่า 'ขอเดชะ พระหมดแล้ว '
------------------------------------
วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด
ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย
พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท
ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท
แล้วก็เอามือของแกมาจับพระหัตถ์ของในหลวง แล้วก็พูดว่า
'ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง'
แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกตั้งมากมาย
แต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
แต่พวกข้าราชบริพารก็มองหน้ากันใหญ่ กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัย หรือไม่
แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น
ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
'เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก'
-------------------
ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว
พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน
มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา

คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์
ก็กราบบังคมทูลว่า 'เอ้อ - ทรง... อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ
อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ'
พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า 'ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง'
แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่า หมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ
ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้า พูดภาษาอังกฤษกันเถอะ
เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป
------------------------------

เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า
มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่า มีเหตุขัดข้องบางประการ
ทำให้อ่านขาดตอน ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า
'เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไปแล้ว'
และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ ไฟดับไปชั่วขณะ...
ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท
ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง
เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน>**
[size=Font Size] [/size]
คุณชายเท
อยากเป็นสิงห์
 
Posts: 3
Joined: Thu May 28, 2009 7:42 pm

Postby Omega on Wed Jul 15, 2009 4:09 pm

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน (sb_00)
User avatar
Omega
Site Admin
 
Posts: 982
Joined: Wed Sep 12, 2007 4:21 am
Location: ZoomPlacez

Postby Sozialist on Wed Jul 15, 2009 4:21 pm

พอดีผมเลิกอ่านเรื่องพวกนี้ไปนานแสนนานแล้วว่ะ
เรียกข้าว่า
สหายแดกหญ้า

Image
User avatar
Sozialist
ปรมาจารย์
 
Posts: 913
Joined: Fri Nov 09, 2007 2:07 am
Location: บนโลกบ้าๆใบนี้

Postby Omega on Wed Jul 15, 2009 5:38 pm

Sozialist wrote:พอดีผมเลิกอ่านเรื่องพวกนี้ไปนานแสนนานแล้วว่ะ


แต่คุณก็ยังแวะเข้ามาอ่าน อยู่ดีนะคับ
User avatar
Omega
Site Admin
 
Posts: 982
Joined: Wed Sep 12, 2007 4:21 am
Location: ZoomPlacez

Postby Sozialist on Thu Jul 16, 2009 12:06 am

ก็ใช่ แต่หมายถึงว่า อ่านแล้วไม่มีประโยชน์ไง
เรียกข้าว่า
สหายแดกหญ้า

Image
User avatar
Sozialist
ปรมาจารย์
 
Posts: 913
Joined: Fri Nov 09, 2007 2:07 am
Location: บนโลกบ้าๆใบนี้

Postby labour on Thu Jul 16, 2009 12:57 am

เเต่ผมอย่างน้อยมันก็น่าจะให้ความบันเทิงกับหลายๆคนนาาาา (onion_smoke)
User avatar
labour
สิงห์ฝึกหัด#2
 
Posts: 51
Joined: Tue Jul 01, 2008 10:56 pm
Location: ทุกหนเเห่งที่เป็นทุนนิยม

Postby PoMpOr on Thu Jul 16, 2009 9:01 am

No Comment ค่ะ เรื่องแบบนี้นานาจิตตังยิ่งนัก

นิสัยพี่ไม่ชอบฟันธงอยู่แล้ว จนบางทีจะกลายเป็น ignore สิ่งต่างๆไปเลย 555

เอาเป็นว่า..ขอให้มีความสุขในตัวตนที่แต่ละคนสร้างมาก็แล้วกันนะคะ

ข้าพเจ้าได้ตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปแว้ววว ก๊ากๆ
เป็นการยากที่จะเข้าใจความรัก แต่เป็นการง่ายหากจะ "รัก" อย่างเข้าใจ
User avatar
PoMpOr
สิงห์ฝึกหัด#1
 
Posts: 21
Joined: Tue May 19, 2009 9:37 am

Postby Arsakia on Tue Jul 21, 2009 12:40 am

Sozialist wrote:ก็ใช่ แต่หมายถึงว่า อ่านแล้วไม่มีประโยชน์ไง


ก็เพราะตัวของคุณไม่มีประโยชน์ต่อสังคมไงครับ ดังนั้นคุณอ่านอะไรก็ไม่มีประโยชน์
Arsakia
สิงห์ฝึกหัด#1
 
Posts: 30
Joined: Fri Apr 17, 2009 10:09 pm

Postby Sozialist on Tue Jul 21, 2009 4:48 pm

พอดีว่า ผมรู้ตัวเองดีว่าไม่ได้โคตรลำเลิศประเสริฐเฮี่ยๆ ซึ่งก็ดีว่าบางคนที่ต้องคอยขอทานรับส่วนบุญจากเจ้านายในคุณค่าที่ตนเองลืมที่จะค้นหา ฉะนั้น เก็บลมหายใจไว้ถามตัวเองเถอะ ว่า "วันนี้มึงสำเหนียกและรู้ตัวเองดีหรือยัง"
เรียกข้าว่า
สหายแดกหญ้า

Image
User avatar
Sozialist
ปรมาจารย์
 
Posts: 913
Joined: Fri Nov 09, 2007 2:07 am
Location: บนโลกบ้าๆใบนี้

Postby Arsakia on Tue Jul 21, 2009 8:00 pm

คุณไม่ได้ประเสริฐเลิศล้ำ แต่คุณไม่มีประโยชน์ต่อสังคมเลย ถึงได้ปฏิเสธคุณค่าที่คนๆหนึ่งพยายามจะช่วยเหลือคนอีกหลายคนที่ด้อยกว่าตนในสังคมให้มีชีวิตอย่างมีคุณค่าได้

สุนัขก็อยู่ส่วนสุนัข อย่าเผลอคิดว่าตนเองเป็นราชสีห์ ต้องรู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง
Arsakia
สิงห์ฝึกหัด#1
 
Posts: 30
Joined: Fri Apr 17, 2009 10:09 pm

Postby sanddolphin on Tue Jul 21, 2009 10:35 pm

Arsakia wrote:คุณไม่ได้ประเสริฐเลิศล้ำ แต่คุณไม่มีประโยชน์ต่อสังคมเลย ถึงได้ปฏิเสธคุณค่าที่คนๆหนึ่งพยายามจะช่วยเหลือคนอีกหลายคนที่ด้อยกว่าตนในสังคมให้มีชีวิตอย่างมีคุณค่าได้

สุนัขก็อยู่ส่วนสุนัข อย่าเผลอคิดว่าตนเองเป็นราชสีห์ ต้องรู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง


ขอถามหน่อยครับ คุณรู้ได้อย่างไรว่าคนอื่นไม่มีประโยชน์ต่อสังคม? คุณตัดสินคนๆนึงทั้งๆที่ยังไม่ทราบข้อมูลของเขาหรือครับ แบบนี้ผมเดินบนถนนเจอ ชายคนหนึ่งซึ่งผมไม่รู้จัก ผมแลกเปลี่ยนความเห็นกับเขาสักพักและผมก็เข้าไปด่าเขาว่า "มึงมันไม่มีประโยชน์ต่อสังคม" ไม่ทราบว่าผมทำถูกต้องหรือเปล่าครับ?

กลับกันผมดูทีวีเห็น อั้ม ดาราสาวคนหนึ่งกำลังไปบริจาคเศษเงินไม่กี่บาทให้วัด ผมก็ตัดสินว่าอั้มนี้เป็นคนดีมากๆ ทั้งๆที่ผมไม่เคยตรวจสอบข้อมูลของเธอ เบื้องหลังเธอทำอะไรเลวร้ายหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ ไม่ทราบว่าผมทำถูกต้องหรือเปล่าครับ?
sanddolphin
อยากเป็นสิงห์
 
Posts: 3
Joined: Thu Dec 04, 2008 11:17 pm

Postby labour on Thu Jul 23, 2009 7:04 pm

Arsakia wrote:คุณไม่ได้ประเสริฐเลิศล้ำ แต่คุณไม่มีประโยชน์ต่อสังคมเลย ถึงได้ปฏิเสธคุณค่าที่คนๆหนึ่งพยายามจะช่วยเหลือคนอีกหลายคนที่ด้อยกว่าตนในสังคมให้มีชีวิตอย่างมีคุณค่าได้

สุนัขก็อยู่ส่วนสุนัข อย่าเผลอคิดว่าตนเองเป็นราชสีห์ ต้องรู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง


เปนไรมากเปล่าเนี่ยะอยู่ดีดีก็มากัดคนอื่นเค้า ใครกันเปนสุนัขกันเเน่ ก่อนจะบอกให้คนอื่นให้ชะโงกดูเงา ช่วยดูตัวเองก่อนมั้ยคับก่อนจะมาว่าคนอื่น(onion_jibjib)
User avatar
labour
สิงห์ฝึกหัด#2
 
Posts: 51
Joined: Tue Jul 01, 2008 10:56 pm
Location: ทุกหนเเห่งที่เป็นทุนนิยม

Postby พี่ดิว on Sat Jul 25, 2009 3:05 pm

to be fair...

Do the Royal Family especially HM. really want these kind of propaganda???

or just overwhelmed praise by those technocrat....
พี่ดิว
สิงห์ฝึกหัด#1
 
Posts: 17
Joined: Thu Apr 23, 2009 1:23 pm

Postby Bomskii on Tue Jul 28, 2009 12:23 am

นะครับ เป็นเรื่องตลกขำๆ จักคิดมากไปไย ก็ยังดีกว่าไม่ได้อ่านไม่ได้รับรู้อะไรเลยละกันนะ ว่ามั้ย
Image
User avatar
Bomskii
ปรมาจารย์
 
Posts: 802
Joined: Mon Sep 10, 2007 10:39 pm
Location: inside the imagination

Postby abond on Thu Jul 30, 2009 6:37 pm

เหอะๆๆจัดไปเป็นเรื่องขำๆๆสำหรับพวกอภิชนชนชั้นสูงเขาไป
User avatar
abond
ลูกสิงห์
 
Posts: 7
Joined: Wed Jul 29, 2009 4:25 pm
Location: สิงห์ทองดำ

Postby sassy_princess on Tue Aug 11, 2009 11:30 pm

สนุกๆๆค่ะ....อย่าซีเรียสกันเลยค่ะ

ทุกคนย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน
sassy_princess
User avatar
sassy_princess
ลูกสิงห์
 
Posts: 12
Joined: Fri Apr 18, 2008 10:20 pm
Location: โลกแห่งเสรีชน

Postby เรารักใน on Mon Aug 17, 2009 2:58 pm

สำหรับเราอ่าน แล้วก็ยิ้มๆ น่ะ
คุณบางคนอาจคิดว่าเป็นโฆษณาชวนเชื่อหรือเรื่องไร้สาระ
แต่อย่างน้อยก็เปนแบบอย่างหรือเป็นแรงผลักดันให้กับบางคนในการทำความดี

คุณอาจคิดว่าเป็นการสร้า้งภาพ แต่นี่ก็ไม่ใช่ว่าไร้ประโยชน์ เพระากลุ่มคนที่ชอบอ่านพวกนี้ อย่างน้อยก็มีจิตใจที่อ่อนโยน
User avatar
เรารักใน
สิงห์ฝึกหัด#2
 
Posts: 58
Joined: Sun Jul 20, 2008 10:04 am

Re: เรื่องเล่าจากในวัง- อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังไม่เบื่อ

Postby HwaNg JiN Yi on Sun Sep 27, 2009 9:33 pm

มหาชนตัดสินด้วยตา ไม่ได้ตัดสินด้วยมือ
User avatar
HwaNg JiN Yi
ลูกสิงห์
 
Posts: 6
Joined: Wed Mar 25, 2009 3:00 pm


Return to ห้องคอมมอน

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests